ตะลุย 3 เมืองของ ญี่ปุ่น กับสถานที่สุดฮิตที่ไม่ควรพลาด

ตะลุย 3 เมืองของ ญี่ปุ่นกับสถานที่สุดฮิตที่ไม่ควรพลาด หากถามเพื่อน ๆ ถึงประเทศที่เคยไปเที่ยวแล้วอยากไปอีก เชื่อว่าก็คงหนีไม่พ้นประเทศญี่ปุ่นอย่างแน่นอน และหากจะถามหาเหตุผลที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่นิยม นั่นก็คือเป็นประเทศที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งแต่ละฤดูก็จะแตกต่างกันไป เช่น ซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ในฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือหิมะขาวโพลนไปทั้งเมืองในฤดูหนาว และแต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่แตกต่างกันไป ทำให้เราสามารถไปเที่ยวหลายครั้งโดยที่เที่ยวไม่ซ้ำกันเลย และนอกจากนี้ยังมีเหตุผลอีก ไม่ว่าจะเป็น การเดินทางที่สะดวก อาหารอร่อยถูกปาก ความภัยสูง จึงไม่แปลกที่ญี่ปุ่นจะเป็นที่นิยมนั่นเอง โดยวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปทัวร์เมืองไหนบ้างนั้น ตามไปดูกันได้เลยค่ะ

1. เมืองนาราอิจูกุ

1. เมืองนาราอิจูกุ

                  เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางสายนากาโนเซนโดะ (Nakasendo) จังหวัดนางาโนะ ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าที่เชื่อมระหว่างเมืองเก่าเกียวโตและโตเกียวในสมัยเอโดะ (1603-1868) เดินทางไปง่าย เหมาะสำหรับคนชอบความวินเทจ และความพีเรียด ได้ฟีลย้อนยุคสุด ๆ  แถมยังได้ใกล้ชิดธรรมชาติไปพร้อม ๆ กันด้วย โดยเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ เรียงรายด้วยร้านค้าของที่ระลึก อาหาร โรงแรมขนาดเล็กมากมาย และเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นตลอดระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร มีอากาศเย็นสบายทั้งปี และหนาวเหน็บหิมะตกในช่วงฤดูหนาว สวยงามไปอีกแบบ แม้ยุคสมัยของเอโดะจะผ่านไปแล้ว แต่บ้านเรือนโบราณของเมืองนาราอิ ที่สร้างเรียงรายมากกว่า 1 กิโลเมตรนี้ยังคงอยู่ด้วยการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเพื่อคงความดั้งเดิมให้ได้มากที่สุด ทำให้ยุคเอโดะกลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านเมืองนาราอิแห่งนี้ และเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินเที่ยวชมเมืองได้ค่ะ

ที่เที่ยวสำคัญของเมืองนาราอิ

  • สะพานคิโซะโอฮาชิ สะพานคิโซะโอฮาชิ เป็นสะพานที่อยู่เหนือแม่น้ำนาราอิ (Narai River) ซึ่งอยู่คู่ขนานกับถนนสายหลักในเมือง ที่นี่นับว่าเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดของประเทศญี่ปุ่นที่สร้างในช่วงปี 1990 เป็นสะพานที่สวยงาม และต้องไม่พลาดไปแวะถ่ายรูปสวยๆ กันค่ะ
  • บ้านพักนากะมูระ เป็นบ้านโบราณที่ถือว่าเป็นตัวอย่างของบ้านโบราณที่สำคัญในเมืองนาราอิ ที่ยังคงสภาพดั้งเดิมที่สมบูรณ์ที่สุดตั้งแต่สมัยเอโดะไว้เลยทีเดียวค่ะ ภายในจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ของเจ้าของเดิม คือ คามิดงยะ ชิเรียวกัง (Kamidonya Shiryokan) พ่อค้าประจำท้องถิ่นในสมัยเอโดะ และหลังบ้านยังมีสวนหย่อมตั้งอยู่อีกด้วย

2.เมืองโกเบ

2.เมืองโกเบ

                  นอกเหนือไปจากเนื้อโกเบที่ขึ้นชื่อลืมชาในเรื่องความอร่อย เมืองนี้ยังเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เพราะเป็นแหล่งรวมสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย และตอบสนองไลฟ์สไตล์การเที่ยวทุกรูปแบบ ใครอยากเที่ยวสายธรรมชาติ ก็ไปสูดอากาศดี ๆ ได้ที่ภูเขาร็อคโค ใครอยากชิลที่นี่ก็มีแหล่งแช่อนเซ็นชิล ๆ หรือใครถนัดช้อปปิ้ง ที่นี่ก็มีทั้งร้านค้าและร้านอาหารเจ๋ง ๆ ให้คุณเช็คอินแบบไม่อั้น

ที่เที่ยวสำคัญของเมืองเมืองโกเบ

  • ภูเขาร็อคโค ตั้งอยู่ที่เมืองโกเบ ในจังหวัดเฮียวโงะ ด้วยระดับความสูง 931 เมตรจากระดับน้ำทะเล หนึ่งในแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติจะต้องหลงรักเข้าอย่างจัง ด้วยบรรยากาศและทัศนียภาพที่สวยงาม ยิ่งถ้าใครมาเที่ยวช่วงฤดูหนาวของญี่ปุ่น (ระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์) สองข้างทางระหว่างขึ้นภูเขา จะประดับประดาด้วยหิมะขาวโพลน แต่ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่วิวสวยอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ เพราะยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเด็ด ๆ อยู่อีกหลายแห่ง เช่น Rokko International Musical Box Museum
  • โกเบ ฮาร์เบอร์แลนด์ (Kobe Harborland) สถานที่ยอดฮิตติดเทรนด์ของชาวเมืองโกเบและชาวต่างชาติที่มักแวะเวียนกันมาอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะมาเดินคนเดียว มากันเป็นคู่ หรือหลายคนจะใช้เป็นจุดนัดพบก็ได้สำหรับ “โกเบ ฮาร์เบอร์แลนด์ (Kobe Harborland)” แหล่งท่องเที่ยวสุดแสนโรแมนติก บริเวณท่าเรือโกเบ (Kobe Port) ที่ผู้คนนิยมพากันมาดื่มด่ำกับบรรยากาศอันสวยงามในยามค่ำคืนของเมืองแห่งนี้
  • โกเบไชน่าทาวน์ (Kobe Chinatown) / นานกินมาชิ (Nankinmachi) ภายในย่านโกเบไชน่าทาวน์แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านขายของฝาก ภัตตาคาร และร้านอาหารที่ตั้งเรียงรายกันอยู่อย่างหนาแน่นและมีให้เลือกหลากหลายราคา โดยเฉพาะร้านอาหารจีนที่มีให้นักท่องเที่ยวได้เลือกทานกันมากมายตลอดทั้งวัน มาถึงที่นี่แล้วก็อย่าลืมแวะชิมอาหารขึ้นชื่ออย่าง ติ่มซำ ซาลาเปา และอีกหลากหลายเมนูแปลกใหม่กันดูนะคะ

3.เมืองฮอกไกโด

3.เมืองฮอกไกโด

                  เป็นชื่อจังหวัดและเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองในประเทศญี่ปุ่น รองจากเกาะฮนชูโดยมีอุโมงค์เซกังเชื่อมถึงกัน นอกจากนี้ฮอกไกโดยังเป็นเขตการปกครอง ซึ่งประกอบไปด้วยหมู่เกาะ โดยมีเกาะฮอกไกโดเป็นศูนย์กลาง และเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเขตได้แก่ซัปโปโระ

ที่เที่ยวสำคัญของเมืองเมืองฮอกไกโด

  • ซัปโปโรทีวีทาวเวอร์ (Sapporo TV Tower) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร เป็นหอกระจายสัญญาณโทรทัศน์ประจำเมือง สูงประมาณ 142.7 เมตร ซึ่งมีจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชมเมืองซัปโปโรมุมสูงกันด้วย โดยที่จุดชมวิวนั้นจะสูงประมาณ 90.38 เมตร สามารถมองเห็นวิวโดยรอบเมืองซัปโปโรได้แบบ 360 องศา ด้านหนึ่งจะเป็นสวนสาธารณะโอโดริที่ทอดยาวไปกลางเมืองจนเกือบจรดกับภูเขาสูงใหญ่ ส่วนอีกฝั่งก็จะเป็นวิวทิวทัศน์ของเมืองไปจนเห็นทะเลที่อยู่ไกลสุดลูกหูลูกตา ถ้าใครมาเที่ยวชมยามเย็นก็จะได้ชมพระอาทิตย์ตกดินสวย ๆ พร้อมกับบรรยากาศแสงไฟระยิบระยับเหนือเมืองซัปโปโรยามค่ำคืน เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว นอกจากนี้ที่ด้านหน้าของทาวเวอร์ยังติดนาฬิกาบอกเวลาตัวใหญ่ไว้ให้ชาวเมืองได้ดูกันด้วย
  • สวนสาธารณะโอโดริ (Odori Park)  เป็นสวนสาธารณะที่อยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร ทอดยาวไปกว่า 1.5 กิโลเมตร กว้าง 100 เมตร ภายในสวนตกแต่งประดับประดาไปด้วยน้ำพุ ต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ และดอกไม้หลากหลายสีสัน สวยงามน่าถ่ายรูปในทุกมุม ด้านข้างจะเป็นต้นไม้สูงใหญ่ บรรยากาศร่มรื่นน่าเดินเล่นมาก ๆ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจระหว่างวันที่ดีที่สุดของซัปโปโรเลยก็ว่าได้
  • ตลาดปลานิโจ (Nijo Fish Market) เป็นเหมือนสวรรค์สำหรับคนที่ชอบกินปลาดิบ เพราะเป็นแหล่งรวมอาหารทะเลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองซัปโปโร มีอายุมากว่า 100 ปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโซเซ (Sosei River) ไม่ไกลจากย่านช้อปปิ้ง Tanukikoji ที่นี่เต็มไปด้วยร้านขายปลาและอาหารทะเลสด ๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอาหารทะเลมากมาย

และก็จบกันไปแล้วนะคะ สำหรับบทความเกี่ยวกับ ตะลุย 3 เมืองของ “ญี่ปุ่น” กับสถานที่สุดฮิตที่ไม่ควรพลาด ที่เราได้รวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน เชื่อว่าหากเพื่อน ๆ คนไหนได้ลองไปสัมผัสบรรยากาศของประเทศญี่ปุ่น จะต้องประทับใจกันทุกคนอย่างแน่นอน

แนะนำ การเล่นสล็อต slotxo สำหรับมือใหม่ที่ชื่นชอบการเดิมพัน แบบคูณร้อยเท่า นอกจากนั้นเรายังมี ริวเกมสล็อตมาแนะนำ เกมยอดนิยมสำหรับสล็อต

You might also enjoy: